caplore.com

20 เรื่องน่ารู้เกี่ยว“กาแฟ”

“กาแฟ” เป็น 1 ใน 3 เครื่องดื่มที่คนทั่วโลกนิยมดื่มมากที่สุด เพื่อเข้าถึงวัฒนธรรมการดื่มกาแฟให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เราจึงชวนคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักเบื้องหลังกว่าจะมาเป็น “เครื่องดื่มกาแฟ” หอมกรุ่น ผ่าน 20 เรื่องน่ารู้ ดังนี้

1. กาแฟ หรือ Coffee มาจากภาษาเตอร์กิช และน่าจะเกี่ยวข้องกับคำว่า “Kaffe” เป็นชื่อเรียกบริเวณในเอธิโอเปียที่มีการค้นพบกาแฟเป็นแห่งแรกของโลก

2. กาแฟ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีการเพาะปลูกกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และเป็นสินค้าที่มีการซื้อขายในตลาดโลกมากเป็นอันดับสอง

3. กาแฟมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมเพาะปลูก เพื่อการจำหน่ายมีอยู่ 2 ชนิด คือ กาแฟพันธุ์โรบัสต้า และ พันธุ์อราบิก้า

4. บริเวณที่เหมาะกับการปลูกกาแฟพันธุ์อราบิก้าได้ดีที่สุด คือ บริเวณพื้นที่ระดับสูงในดินแดนแถบเส้นศูนย์สูตร การเพาะปลูกกาแฟที่ระดับความสูงระหว่าง 600-1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล

5. พื้นที่ปลูกกาแฟส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างเส้นศูนย์สูตรที่ 23 องศา 27 ลิปดาเหนือ และใต้ หรือที่เรียกกันว่า Tropic of Cancer และ Tropic of Capricorn ครอบคลุมพื้นที่ในแถบแอฟริกาและอราเบีย ลาตินอเมริกา และหมู่เกาะแถบแปซิฟิก

6. ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ภูมิอากาศ และวิธีในการเพาะปลูกที่ต่างกัน กาแฟที่ผลิตได้จากแต่ละภูมิภาค จึงมีลักษณะรสชาติเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ ภูมิศาสตร์ คือ ปัจจัยสำคัญที่สร้างสรรค์รสชาติให้กับกาแฟแต่ละชนิด

7. กาแฟแต่ละภูมิภาคมีลักษณะโดดเด่น ดังนี้

“กาแฟจากละตินอเมริกา” ให้รสชาติที่กลมกล่อมของกาแฟแท้ ให้รสชาติของโกโก้หรือถั่ว รวมถึงความสดชื่นกระปรี้ประเปร่า
“กาแฟจากอัฟริกา/อราเบีย” มีรสชาติหลากหลายตั้งแต่รสของผลเบอร์รี่ เครื่องเทศหายาก และกลิ่นหอมของมะนาว เกรปฟรุ๊ต โดดเด่นเฉพาะตัว
“กาแฟจากหมู่เกาะเอเชีย/แปซิฟิก” โดดเด่นด้วยบอดี้ที่หนัก มีกลิ่นไอแห่งธรรมชาติ สำหรับกาแฟจากแถบหมู่เกาะอินโดนีเซียจะเจือกลิ่นเครื่องเทศและสมุนไพรจางๆ
“กาแฟผสมจากหลายภูมิภาค” (เบลนด์) เป็นการเสาะแสวงหากาแฟคุณภาพมาผสมผสานกันกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งเรื่องกลิ่นและรสชาติ

8. ต้นกาแฟนั้นเติบโตได้ดีในพื้นที่ระหว่างเส้นศูนย์สูตร Tropic of Cancer ทรอปิกออฟแคนเซอร์ กับ เส้น Tropic of Capricorn ชาวไร่กาแฟ เรียกผลของต้นกาแฟว่า “ผลเชอรี่”

9. ต้นกาแฟอยู่ในพืชตระกูลเดียวกับไม้จำพวกพุดจีน ไม้พุ่มสีเขียวซึ่งพบอยู่ทั่วไปในสวน

10. ต้นกาแฟเป็นพืชท้องถิ่นของประเทศเอธิโอเปียและคาบสมุทรอาระเบีย ชาวดัชท์เป็นคนนำกาแฟไปปลูกที่ประเทศอินโดนีเซียและกระจายไปทั่วโลก โดย นักสำรวจ พ่อค้า

11. โดยทั่วไปต้นกาแฟจะออกดอกปีละครั้ง หลังจากดอกที่มีกลิ่นหอมเหมือนดอกมะลิร่วงจากต้น จะมีผลคล้ายลูกเชอรี่เล็ก ๆ ขึ้นมาแทน ซึ่งนำไปสู่ผลกาแฟสีแดงและสุกเต็มที่ ระยะเวลาตั้งการออกดอกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณเก้าเดือน

12. ต้นกาแฟส่วนใหญ่มีความสูงถึง 9-12 เมตร แต่มักจะได้รับการดูแลไม่ให้สูงมากนัก เพื่อให้ได้ผลผลิตที่สูงขึ้นและง่ายต่อการเก็บเกี่ยว

13. มีการปลูกกาแฟพันธุ์อราบิก้าเป็นจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วโลกกาแฟ อาจพบการผสมระหว่างสายพันธุ์แบบดั้งเดิมและสายพันธุ์ลูกผสมในเกือบทุกพื้นที่ที่ปลูกกาแฟ

14. ต้นกาแฟโดยเฉลี่ย 1 ต้นแต่ละฤดูกาลสามารถผลิตเป็นกาแฟคั่วได้ 450-680 กรัม

15. ต้องใช้ผลกาแฟประมาณ 2.27 ก.ก. เพื่อทำเป็นกาแฟสดหนัก 0.45 ก.ก.

16. กรรมวิธีการผลิตกาแฟ ประกอบด้วย “กรรมวิธีแบบล้าง” (แบบเปียก) และ  “การทำให้แห้ง”

17. ความหอมของกาแฟ (Aroma) เป็นสิ่งที่จะช่วยบอกรสชาติกาแฟ ตามหลักแล้วรสชาติกาแฟที่คุณสัมผัสนั้นมาจากกลิ่นหอมของกาแฟ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมกาแฟจึงมีกลิ่นหอมเย้ายวนและมีรสชาติน่าลิ้มลอง

18. ความสดชื่นมีชีวิตชีวา (Acidity) สำหรับผู้ดื่มกาแฟ คำๆ นี้ไม่ได้หมายถึงความเปรี้ยวหรือความขม แต่หมายถึงความสดชื่นมีชีวิตชีวาที่คุณสัมผัสได้เมื่อดื่มกาแฟ คล้ายๆ กับเวลาที่คุณดื่มโซดา ซึ่งคุณจะสัมผัสได้ที่ด้านข้างของลิ้นตรงแถวกระพุ้งแก้ม

19. บอดี้ (Body) หมายถึง น้ำหนักของกาแฟที่หลงเหลืออยู่บนลิ้นหลังจากการดื่ม บอดี้ของกาแฟมีตั้งแต่บอดี้เบา ไปจนถึงบอดี้หนัก

20. รสชาติ (Flavor) เป็นสิ่งสำคัญของกาแฟ เพราะเป็นการผสมผสานความหอมของกาแฟ เข้ากับบอดี้ และความมีชีวิตชีวา ทำให้ผู้ดื่มประทับใจเมื่อได้ลิ้มลอง

ดูหนังฟรีออนไลน์
ดูหนังออนไลน์ฟรี

ผู้สนับสนุน